Home ชีวิต ข้อคิดการเงิน ทำให้คุณฉลาด ทางการเงินมากขึ้น

ข้อคิดการเงิน ทำให้คุณฉลาด ทางการเงินมากขึ้น

0
47

1) วิธีปลดหนี้ดีที่สุดคือสร้างทรัพย์สิน

ความรู้นี้เป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ในช่วงที่ชีวิตกำลังมุ่งหน้าแก้ไขปัญหาหนี้ หลังจาก พ ย า ย า ม ทำตามแนวคิดทั่วไปที่สอนๆกัน ก็คือ ลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้สิ่งที่พบก็คือ

ลดรายจ่ายเต็มที่แค่ไหน เราก็ลดได้แค่ประมาณหนึ่ง เพิ่มรายได้มากแค่ไหน เดือนหน้าก็ต้องหาใหม่อีกแต่เมื่อเทียบงานที่สร้างรายได้เพิ่ม กับทรัพย์สิน (สิ่งที่ทำให้เงินไหลเข้ากระเป๋า

โดยไม่ต้องทำงานตลอดเวลา)อย่างบ้านเช่า และธุรกิจฝึกอบรมที่ผมสร้างขึ้นมา กลับพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง งานที่ทำเดือนนี้เดือนหน้าก็ต้องออกแรงทำอีก แต่

ทรัพย์สินที่เราสร้างขึ้น จะช่วยผ่อนหนี้ให้เราในวันที่เรายังเป็นหนี้ และเมื่อหนี้หมดลงไป ทรัพย์สินก็จะยังสร้างกระแสเงินสดให้เราต่อ และทำให้เรามีอิสรภาพทางการเงินได้ในที่สุดดังนั้น

เหนื่อยหาเงินแก้หนี้ทั้งที วางแผนให้ดี สร้างทั้งงานที่ทำเงินและทรัพย์สินไปพร้อมๆกันหาวิธีทำให้งานที่เราทำหนึ่งครั้ง หารายได้ให้เราได้มากกว่าหนึ่งครั้งหรือหาไปได้ตลอด

แล้วการปลดหนี้ของเราจะเบาแรงลงเรื่อยๆ

2) กระแสเงินสดสำคัญที่สุด

ทุกกิจกรรมในโลกทางการเงิน ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับการมีกระแสเงินสดคงเหลือเป็นบวกพนักงานประจำทำงานกินเงินเดือนก็สามารถมีชีวิตทางการเงินที่ดีได้ หากเขาใช้จ่าย

ไม่เกินรายได้ที่หามาได้ มีกิน มีใช้ มีเหลือเก็บทุกเดือนบริษัทห้างร้านต่างๆ รวมไปถึงการ ล ง ทุ น ในทรัพย์สินให้เช่า สุดท้ายถ้าเราบริหารจัดการให้กระแสเงินสดเป็นบวกหรือ

มีกำไรได้ ธุรกิจก็อยู่ได้ การ ล ง ทุ น ก็ไปได้ เมื่ออยู่ได้ ไปได้ วันหนึ่งก็มีโอกาสต่อยอดเพิ่มความมั่งคั่งได้หลายคนเวลาใช้ชีวิตหรือ ล ง ทุ น มองแต่ผลตอบแทนที่จะได้ทั้งๆที่กลยุทธ์

สำคัญที่สุดกลยุทธ์แรกที่ต้องทำให้ได้ หากอยากมั่งคั่งก็คือ “ใช้ให้น้อยกว่าที่หาได้” และ “ไม่ขาดทุน”

3) ยิ่งคุณเข้าใจมากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสมั่งคั่งมากขึ้นเท่านั้น

หลายครั้งที่แนวคิด H i g h R i s k H i g h R e t u r n หยุดยั้งผู้คนที่แสวงหาความมั่งคั่งให้ไม่กล้าลงมือทำอะไรเพราะเชื่อว่าถ้าอยากได้ผลลัพธ์ที่ดี ก็ต้อง เ สี่ ย ง กันหน่อยความเป็นจริงแล้ว

ไม่ใช่เลย ในมุมของคนที่กล้าเผชิญหน้ากับความ เ สี่ ย ง โลกของพวกเขาไม่มี เ สี่ ย ง มากได้ผลตอบแทนมากสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้ก็คือ ยิ่งคุณรู้จักและเข้าใจสิ่งที่คุณทำมากเท่าไหร่ คุณก็

ยิ่งมีโอกาสมั่งคั่งมากขึ้นเท่านั้นคนทำงานมากประสบการณ์ทำเงินจากองค์ความรู้เดียวกันได้ดีกว่ามือใหม่คนทำขนมซึ่ง ส า ร ะ วนเวลาอยู่กับการฝึกฝน พัฒนา ปรับสูตรใหม่ๆ

ให้ผู้คนชอบและอยากลองทาน ย่อมทำเงินได้มากกว่าพ่อค้าแม่ค้าที่ทำขนมแค่ให้มีของขายยังชีพได้หรือนัก ล ง ทุ น ที่พัฒนาความรู้และเชี่ยวชาญอยู่เสมอ และอยู่ในตลาดมานานกว่า

ก็คงไม่แปลกอะไรที่พวกเขาจะได้ผลตอบแทนสูงกว่ามือใหม่หรือพวกมือเก่าที่ไม่ยอมพัฒนาตัวเองและรัก บ ร ร ย า ก า ศ การเป็นนัก ล ง ทุ น ผู้ไร้เดียงสาอยู่เสมอคีย์สำคัญของ

H i g h U n d e r s t a n d i n g, H i g h R e t u r n ก็คือ การ ล ง ทุ น “เวลา” กับสิ่งที่สนใจและเริ่มต้นลงมือทำจากสิ่งเล็กๆ (Start Small) แล้วค่อยๆ พัฒนาตัวเองไปสู่การเป็นนัก ล ง ทุ น ผู้ช่ำชอง

4) การ ล ง ทุ น คือ แผนการ

คนที่ ล ง ทุ น แล้วขาดทุนอยู่เสมอ เป็นเพราะพวกเขาคิดว่า การ ล ง ทุ น เป็นเหตุการณ์​ (Event)เช่น วันนี้ไปจองคอนโดมา หรือวันนี้จัดหุ้นตัวนั้นมา ฯลฯ แต่ถ้าพูดคุย หรือ

สอบถามเหตุผลในการ ซื้ อ และแผนการ ล ง ทุ น ก็มักจะพบกับความว่างเปล่าอยู่เสมอ ถ้าการ ล ง ทุ น มันง่าย แค่ฟังใครสักคนหรือฟังข่าวแล้วก็ ล ง ทุ น ตามๆกัน แล้วก็รวย อย่างนี้

คนส่วนใหญ่ก็ต้องรวยจากการ ล ง ทุ น กันหมดแล้วสิที่จริงแล้ว การ ล ง ทุ น นั้นเป็นกระบวนการ (Process) ที่มีผลลัพธ์ คือ แผนการ ล ง ทุ น (Plan) ที่ชัดเจนอย่างผมเองตอนจะเริ่มต้น

ล ง ทุ น บ้านเช่าเล็กๆ ราคาแค่ 1.35 ล้าน ผมยังต้องเดินดูบ้านเช่าตั้งเป็นสิบๆหลังเพื่อให้เข้าใจว่าลูกค้าในตลาดเป็นใคร ชอบเช่าห้องแบบไหน ราคาเท่าไหร่ Demand-Supply เป็นอย่างไร

จากนั้นจึงมาประเมินราคา ซื้ อ เจรจาต่อรอง จัดไฟแนนซ์เพื่อ ล ง ทุ น ซื้ อ แลตบท้ายกันเบาๆด้วย แผนการรับมือความ เ สี่ ย ง โดยถามตัวเองง่ายๆว่า ก) บ้านเช่าที่ผมจะ ล ง ทุ น มีโอกาสฉิบหายได้

จากอะไรบ้าง และผมพอจะป้องกันอะไรได้บ้างมั้ยข) ถ้าป้องกันไม่ได้ เ จ็ บ สุดจะแค่ไหน และต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า มีแผนรับมือกับเรื่องนั้นๆ อย่างไร … ถ้าตอบไม่ได้ ก็จะยังไม่ ล ง ทุ น จำไว้ว่า

ถ้าคุณ ล ง ทุ น ด้วยปากกับหู (ถามเขา ฟังเขา แล้วก็เชื่อเขา) สุดท้ายคุณจะไม่มีทางมั่งคั่งร่ำรวยได้ เป็นได้เต็มที่ก็แค่ผู้ร่วมสนุกเพราะผลลัพธ์การ ล ง ทุ น ที่ดี ขึ้นอยู่กับว่า คุณเป็นนัก ล ง ทุ น

ที่ดีแค่ไหน และมีแผนการ ล ง ทุ น อย่างไร

5) เงินวิ่งตามคุณค่า

เป็นความเชื่อหลักที่ผมยึดถือมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ยิ่งเราสร้างคุณค่าได้มากเท่าไหร่ เงินก็ยิ่งหลั่งไหลมาหาเรามากขึ้นเท่านั้น “คุณค่า” ในที่นี้หมายถึง ความสามารถในการ

แก้ไขปัญหาให้ผู้อื่น ทำในสิ่งที่ผู้อื่นต้องการ ทำในสิ่งที่ผู้อื่นได้รับประโยชน์ซึ่งในมุมมองของผม คุณค่าที่ว่านี้มีทั้งมิติความลึกและความกว้าง ในมิติความลึก หมายถึง ความเป็น

ตัวจริงของคุณ ความเจ๋งของสินค้าและบริการของคุณถ้าดีจริง เจ๋งจริง ยังไงก็ขายได้ ส่วนในมิติความกว้างก็คือ ตลาดที่คุณเลือกเล่น ถ้าอยากประสบความสำเร็จทางการเงิน

ต้องเลือกและลงมือสร้างสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ตลาดขนาดใหญ่ที่มีลูกค้าจำนวนมากเท่านั้นร้านก๋วยเตี๋ยวไม่อร่อย ไม่มีคนทาน แต่ร้านอร่อยที่ตั้งอยู่หน้า ห มู่ บ้าน มีลูกค้าแค่

ไม่กี่ราย ก็รวยไม่เท่ากับร้านก๋วยเตี๋ยวที่เปิดหลายสาขาและมีแฟรนไชส์ครับถ้าอยากทำเงินล้าน คุณก็ต้องทำในสิ่งที่ Impact หรือส่งผลกระทบกับคนนับล้าน นั่นคือสิ่งที่คุณต้องจดจำ

6) ท รั พ ย า ก ร ทั้งโลกเป็นของเรา

แนวคิดข้อนี้บางคนฟังแล้วเอาไปตีความกันใหญ่โต หาว่าสอนให้เป็นคนเอาเปรียบสังคมบ้างหละคิดแต่ประโยชน์ส่วนตนบ้างหละ ที่จริงแล้วผมสร้างประโยคที่ว่า

“ ท รั พ ย า ก ร ทั้งโลกเป็นของเรา”​ ก็เพื่อสอนเรื่อง เงินมาที่หลังไอเดีย ต่างหาก … ยังไง?คนจำนวนไม่น้อยเวลาฝันว่าอยากทำอะไรสักอย่าง พวกเขามักมีข้ออ้างว่า ไม่มีเงิน ไม่มีคนช่วย

ไม่มีเครื่องมือ ไม่มี ไม่มี ไม่มี ฯลฯทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งผมเองและผู้ประสบความสำเร็จอีกจำนวนมาก หลายคนก็เริ่มจากความไม่มีเหมือนกันคนที่ไม่มีเงิน ไม่มีทุน ก็ต้องให้เวลา

กับไอเดียของตัวเองให้มาก เปลี่ยนไอเดียให้จับต้องได้เป็นรูปธรรมในเบื้องต้น ด้วยการเก็บข้อมูลและทำแผนการขึ้นมาไม่มีเงินใช้เงินคนอื่นได้ ไม่มีเครื่องจักร ก็จ้างเขาผลิตเอาได้

ไม่มีทีมงาน ก็ Outsource ได้ ไม่มีเวลาก็จ้างลูกจ้างได้ ทุกอย่างเป็นไปได้หมด เริ่มต้นแค่ลองทำอะไรจริงๆจังๆ กับ “ไอเดีย” ของเรา อย่ามัวแต่เล็ง แต่ฝัน เพราะนั่นไม่มีทาง

ทำให้ความฝันเราเป็นจริงได้ครับ

7) กติกาพิเศษมีไว้สำหรับคนพิเศษ

โลกนี้เป็นโลกของการ “เจรจา” กติกาทั่วไปมีไว้สำหรับคนธรรมดา ถ้าไม่เคยคิดจะสอบถาม ตามหาหรือร้องขอ เราก็ต้องได้ในสิ่งที่คนทั่วไปได้กัน ทางเลือกก็น้อยลง ข้อจำกัดในการ ล ง ทุ น หรือ

สร้างความมั่งคั่งก็เพิ่มขึ้นเอาแค่เรื่องง่ายๆอย่างเช่น คนฝากเงินจำนวนเท่าๆกัน ฝากธนาคารเดียวกัน สาขาเดียวกัน ยังได้ดอกเบี้ยไม่เท่ากันเลย เพราะคนหนึ่งคุย คนหนึ่งร้องขอ

(แต่ต้องฝากมากหน่อยนะ 555)หรือคนสองคนเป็นหนี้เท่าๆกัน ค้างจ่ายมานานเท่าๆกัน คนหนึ่งเจรจาขอส่วนลด อีกคนหนึ่งยอมรับยอมจำนนต่อเงื่อนไขโดยดุษฎีแบบนี้ก็ประหยัดค่าใช้จ่ายหนี้

ได้ไม่เท่ากัน มันก็เป็นเรื่องจริงที่ว่าขอแล้วใช่ว่าจะได้ แต่ถึงยังไง ขอก็ยังมีโอกาสได้ แต่ถ้าไม่ขอ ไม่ถาม ไม่ลองคุย แบบนี้ยังไงก็ไม่ได้แน่นอนชีวิตเราเลือกได้ครับ ดังนั้นลองเลือกเอาเองดูว่า

เราอยากได้กติกาแบบไหน

8) ยิ่ง แ บ่ ง ปั น ยิ่งมั่งคั่ง

ในอดีตผมเคยเป็นคนงกจนเกินพอดี คิดทำอะไรก็อยากได้ทั้งหมด ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์นั่นทำให้การก้าวสู่อิสรภาพทางการเงินของผมยากและช้า เพราะถ้าเราอยากได้ทั้งหมด เราก็

ต้องทำเองทั้งหมดการทำอะไรด้วยตัวคนเดียวมันก็สนุกดีครับ แต่ถ้าเทียบกันแล้วยังไงมันก็สู้ทีมของมืออาชีพมารวมตัวกันไม่ได้ ถ้ายังจำเรื่องเงินวิ่งตามคุณค่ากันได้ทีมที่แข็งแกร่ง

สร้างคุณค่าได้มากกว่า และยังตอบสนองความต้องการคนได้มากกว่าอีกด้วยแม้ว่าจะต้องแบ่งเรื่องของผลกำไรให้กับทีมงานที่มาช่วย ไม่ว่าจะเป็นหุ้นส่วน ผู้ส่งมอบ Outsource ลูกจ้างชั้นดี

เอเยนต์การขายการตลาด แต่ก็นั่นแหละ 100 เปอร์เซ็นต์ของกำไร 1 ล้านที่รับอยู่คนเดียวอาจเทียบไม่ได้กับ 10 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจหรือการ ล ง ทุ น ที่มีขนาด 100 ล้านก็เป็นได้ลองมองใหม่

คิดใหม่ สร้างทีม สร้างพันธมิตร แล้ว แ บ่ ง ปั น ผลประโยชน์กันอย่างพอเหมาะพอสม ทำให้เรารวยได้มากกว่าและรวยได้เร็วกว่าครับ

9) นิ ย า ม อิสรภาพทางการเงินที่แท้จริง

คนทั่วไป นิ ย า ม คำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” คือ การมีจำนวนมาก (100 ล้าน 1,000 ล้าน) ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้ใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องกังวลและกลายเป็นที่มาของกระแสขยะแขยง

การทำงานประจำ ด้วยเชื่อว่าไม่สามารถนำพาชีวิตไปถึงฝันได้สำหรับตัวผม ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่วิ่งหาคำๆนี้ ผมพบ นิ ย า ม ใหม่ที่คิดว่าน่าจะถูกต้องกว่า เบากว่า สบายกว่า และ

มีความสุขมากกว่า นิ ย า ม อิสรภาพทางการเงินในแบบของผมก็คือ “สิทธิในการเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ” ไม่เกี่ยวว่าจะมีเงินมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่าชีวิตในแบบที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้

เราคิดได้เองหรือเปล่า เลือกเองหรือเปล่าและได้ใช้ชีวิตในแบบที่ชอบหรือไม่ ทำงานประจำก็มีอิสรภาพทางการเงินได้ หากนั่นเป็นสิ่งที่คุณเลือกมันด้วยตัวเอง

10) ความรู้ทางการเงินขั้นสูงสุด คือ การรู้จักและเข้าใจตัวเอง

คนเราแค่รู้จักและเข้าใจว่า “ความสุข” ในชีวิตของตัวเอง คือ อะไร และใช้ชีวิตในทุกวันให้มีความสุข นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับการเกิดมาชาติหนึ่งบ้านจะใหญ่หรือเล็กไม่เกี่ยว รถจะหรู หรือ

เปล่าไม่ใช่ประเด็น คนเราเกิดมาต่างกัน ดังนั้นไม่มีทางที่ความสุขในชีวิตของแต่ละคนจะเหมือนกัน และไม่มีทางที่อิสรภาพทางการเงินของแต่ละคนจะเท่ากันหรือเลียนแบบกันได้ฟังแล้วอาจดู

Abstract แต่ความสุขในชีวิตคนเราก็เป็นแบบนั้นจริงๆนะ

ขอขอบคุณ f i n r w e a l t h b u i l de r

Load More Related Articles
Load More By admin2
Load More In ชีวิต

Check Also

วิธีเปลี่ยนตัวเองให้ “ใช้เงินเป็น” ไม่ขัดสน มีเงินให้เก็บ

เรื่องเงินเป็นสิ่งสำคัญ ในการใช้ชีวิตเพราะทุกอย่างมีราคาของมัน แต่หลายคนก็ มีปัญหาเรื่องนี…