Home ชีวิต จะรวยแค่ไหน ก็ต้องสอนลูก ให้รู้จักความจน (เขียนไว้ดีมาก)

จะรวยแค่ไหน ก็ต้องสอนลูก ให้รู้จักความจน (เขียนไว้ดีมาก)

0
25

วันก่อน พาลูกไปร้านเครื่องเขียน ลูกอยากได้กล่องดินสอ ลูกจึงไปเลือกกล่องดินสอแบบสุดหรู แต่ผมให้ ซื้ อ แบบธรรมดาให้อยากได้ไม้บรรทัด ก็อยากได้แบบวิจิตรพิศดาร

ผมให้เลือกแค่แบบพื้นฐานที่ใช้งานได้เหมือนมาตรฐานทั่วไปลูกผมงี้หน้างอขึ้นมาทันทีเพราะไม่ได้ในแบบที่ต้องการผม ไม่ได้ว่าอะไร ตั้งใจก่อนนอนคืนนี้จะชี้แนะลูกด้วย

การเล่านิทานเปรียบเปรยให้เข้าใจผมตั้งใจจะเลี้ยงลูก ไม่ให้เหมือนแบบที่พ่อแม่คนอื่นเขานิยมทำกันที่มักไม่ยอมให้ลูกลำบาก ดูแลปกป้องแบบไข่ในหิน ประคบประหงม

เกินพอดีหลายปีผ่านไปผมรู้สึกว่าวิธีการเลี้ยงลูก ของผมจะลำบากมากขึ้นทุกวันจนกระทั้งวันหนึ่ง ผมได้ อ่ า น จดหมายฉบับหนึ่งที่โพสต์ลงในบอร์ดของมหา วิ ท ย า ลั ย

เขียนถึงลูกเขาที่เป็นนักศึกษาในมหา วิ ท ย า ลั ย นั้นแต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อลูกจดหมายฉบับนี้ มีคุณค่ามากในสายตาของผม ในจดหมายมีใจความอยู่ว่า…

…ถึงลูกรักของพ่อ…

แม้ลูกจะทำให้พ่อทุกข์ใจ เกิน บ ร ร ย า ย แต่ลูกก็ยังเป็นลูกของพ่ออยู่วันยังค่ำ หลังจากที่ลูกสามารถสอบเข้ามหา วิ ท ย า ลั ย ได้แล้ว…อาจเป็นเพียงคนเดียวของตระกูลเรา

ในรอบหลายชั่ ว อายุคนที่ทำได้สำเร็จ หลังจากนั้น พ่อชักไม่แน่ใจว่าตกลงใครเป็นพ่อและใครเป็นลูกกันแน่พ่อช่วยแบกสัมภาระ ไปส่งลูกถึงหอพัก ช่วยกางมุ้ง ปูที่นอน ซื้ อ

กับข้าวกับปลาต้องสอนแม้กระทั่งวิธี บี บ ย า สี ฟั น ออกจากหลอด ทั้งหลายทั้งปวงดูเหมือนว่ามันเป็นหน้าที่ ที่พ่อสมควรต้องทำให้ ไม่ได้ยินคำว่าขอบคุณสักคำจากลูก

ตั้งแต่ต้นจนจบรู้สึกด้วยซ้ำว่าเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ ที่พ่อผู้ด้อยความสามารถคนนี้ มีโอกาสได้รับใช้ลูก ที่บัดนี้ได้เป็นนักศึกษาผู้ทรงเกียรติไปแล้ว

ปีแรกทั้งปี ที่บ้านได้รับจดหมายจากลูกสามฉบับ…

ข้อความรวมกันแล้วอาจ ย า ว กว่า ข้อความในโทรเลขหนึ่งฉบับสักหน่อย ข้อความย่นย่อ ลายมือหวัด อ่ า น ยากมีแต่คำว่า “เงิน” นี่ตั้งใจเขียนได้ชัดเจนที่สุดพอขึ้นปีที่สอง

จดหมายมาแบบถี่ๆ ล้วนขอเงินเพิ่ม ลีลาการเร่งเร้าให้ส่งเงิน ข้อความที่เรียกร้องความเห็นใจรับรู้ได้ถึงว่า หากเรียนจบแล้ว ลูกสามารถไปยึดอาชีพ เป็นพวกเจ้าหน้าที่เร่งรัด

หนี้สินได้เยี่ยมแน่นอนแต่สิ่งที่ทำให้พ่อ เ จ็ บ ป ว ด ที่สุดนั้น มาจากการที่ลูกอาจหาญถึงขั้นปลอมแปลง ตัวเลขจำนวนเงินที่ต้องจ่ายค่าหน่วยกิตของมหา วิ ท ย า ลั ย

ไม่คิดว่าลูกจะใช้วิธีนี้ มาหลอกขอเงินทองจากผู้เป็นพ่อแม่ ที่ให้กำเนิด เลี้ยงดู รักใคร่ลูกมาตลอด เพียงเพื่ออยากได้เงินเพิ่ม ไปเที่ยวผับ เที่ยวบาร์ และ ร้องคาราโอเกะ…

คิดถึงเรื่องนี้เมื่อไหร่ก็ เ จ็ บ ป วด เมื่อนั้น นอนไม่หลับ สาเหตุก็มาจากลูกคนที่พ่อเลี้ยงดูด้วยมือจนเติบใหญ่ แต่กลับกลายเป็นคนแปลกหน้าในร่างขอนักศึกษาขอภาวนาในใจว่า

นอกจากวิชาความรู้ต่างๆ ที่ลูกจะเรียนรู้จากสถาบันการศึกษาแล้ว ลูกจะกรุณาพัฒนาจิตใจให้เป็นคนซื่อสัตย์ และ กตัญญูรู้คุณด้วยก็จะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด…หลังจากได้ อ่ า น

จดหมายฉบับนี้แล้ว ผมรู้สึกว่าผมยังต้องเดินหน้าทำตามนโยบาย ในการดูแลลูกตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก แม้จะรู้ว่ามันค่อนข้างลำบากในสังคมของเรามีอยู่วันหนึ่งเพื่อนในวัยเรียนที่ ย้ า ย

ไปต่างประเทศกลับมาเยี่ยมบ้าน มีโอกาสได้นั่งคุยกันเขาเล่าว่า คนต่างชาติที่เขาเจอมา พวกเขาเชื่อมั่น วิธีการเลี้ยงลูกแบบ “ จะรวยแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกแบบจน ” พวกเขาเชื่อว่า

เด็กที่เติบโตขึ้น มาภายใต้การดูแลปกป้องมากไปของพ่อแม่เมื่อโตแล้ว จะไม่มีปัญญาที่สามารถยืนอยู่บนลำแข้งตัวเอง และก็จะไม่มีวันสำนึกบุญคุณคนอื่น แม้กระทั่ง

พ่อแม่ตนก็ตามวันถัดมาเรามีโอกาสออกไปทำธุระด้วยกัน เจอฝนระหว่างทาง เขาเห็นเด็กถูกห่อหุ้มด้วยผ้านวมอย่างหนากลมไปหมดทั้งตัว จนดูคล้าย “ ลูกบอลยัดนุ่น ”

เขาบอกว่า “ เด็กควรจะใส่เสื้อผ้าน้อยกว่าผู้ใหญ่หน่อย ”เขาเล่าว่าที่ต่างประเทศแม้หน้าหนาวก็จะไม่เห็นลูกใครที่ถูกห่อแบบ “ ลูกบอลยัดนุ่น ” เหมือนที่เห็นในวันแดดจ้าแม้

ลูกจะนั่งอยู่ในรถเข็นแต่คนเป็นแม่ก็จะทำใจแข็ง ไม่ยอมดึงที่บังแดดออกมากันแดดให้ลูก หากเห็นลูกวิ่งเล่นแล้วหกล้มเองพ่อแม่ก็จะยืนดูเฉยๆ ให้ลูกลุกขึ้นมาด้วยตัวเขาเอง

ต่างๆนาๆ ล้วน พ ย า ย า ม ให้ลูกฝึกแก้ปัญหาด้วยตัวเอง และ อดทนกับปัญหาให้มากที่สุดไม่เหมือนพวกเราที่มีหลักการที่ยึดติดมานานกับนโยบายที่ว่า “ จะยากจนแค่ไหน ก็

ไม่ยอมให้ลูกต้องลำบาก ”สงสัยจะถึงเวลาต้องทบทวนกันใหม่ได้แล้วการเลี้ยงลูกของสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ ตอนลูกยังเล็ก ยังไม่แข็งแรง บางชนิดอมลูกไว้ในปาก บางชนิด

ซุกลูกไว้ใต้ปีก กลัวลูกๆจะไม่ปลอดภัย แต่พอลูกเริ่มโตได้ที่แล้ว พวกเขาจะไล่ลูกออกไปอย่างไร้เยื่อใยให้ลูกไปเผชิญกับโลกภายนอกเอง ไปฝึก วิ ท ย า ยุ ท ธ เอง ไปเผชิญ

ปัญหา และมรสุมทุกรูปแบบ แล้วชีวิตจะไม่เจอทางตัน เห็นหรือยังว่าแม้แต่สัตว์ทั้งหลายก็ยังรู้ถึงหลักการ “ จะรวยแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกแบบจน ” ด้วยวิธีนี้จะฝึกฝนให้ลูกๆ

ทั้งหลายรู้จักยืนอยู่บนลำแข้งตัวเองและรู้จักสำนึกและตอบแทนบุญคุณ คนเป็นพ่อเป็นแม่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืม ถึงแม้คุณจะห่วงด้วยวิธีปกป้องหรือโอ๋ลูกขนาดไหนก็ตาม คุณคง

ไม่มีปัญญาตามไปวุ่นวาย หรือดูแลพวกเขาในช่วงครึ่งหลังของชีวิตเขาเพราะตอนนั้นคงได้ เวลาที่คุณจะได้หลับ ย า ว ไปแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลี้ยงลูกคือ เราต้อง

“รวย” และ “จน” ไปพร้อมๆกัน

รวยเวลา ในการดูแลลูก ให้เวลากับลูกมากๆ รวยจิดใจ เปิดใจให้กว้าง รับฟังเขาให้มาก รวยคุณธรรม ปลูกฝังจิตสำนึกต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อสังคมจนเงินทอง ลูกอยากได้อะไร

อย่า ซื้ อ ให้ในทันที ต้องขัดใจบ้าง ให้ลูกได้เรียนรู้ว่า ทุกอย่างในโลกไม่สามารถได้ดั่งใจลูกได้

จนคำพูด อย่าพูดพร่ำเพื่อ อย่าตำหนิด้วยอารมณ์ ตำหนิลูกด้วยเหตุผล ประหยัดคำพูด อย่าพูดทุกคำที่คิด เพราะลูกจะนำไปคิด และ เลียนแบบในทุกคำที่พูด จนการกระทำ

ลูกมักทำตาม พ่อแม่เสมอ การกระทำไหนที่ไม่ดี อย่าแสดงออกให้เด็กเห็น โดยเฉพาะ พ่อ แม่ สังเกตุง่ายๆ ที่บ้านไหนพ่อ
ดื่ ม เ ห ล้ า สู บ บุ ห รี่ส่วนมากเมื่อโตขึ้น ลูกก็

มักจะ ดื่ ม เ ห ล้ า สู บ บุ ห รี่ ด้วย ( ที่หนักสุดคือ ผมเคยเห็นพ่อกำลังสอนลูกว่า บุ ห รี่ มันไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ในมือของตัวเองกำลังคีบ บุ ห รี่ อยู่ ) จนฐานะ ให้ลูกตระหนัก

รู้เสมอว่า พ่อแม่ ไม่ได้มีพร้อมไปทุกอย่าง อยากได้อะไร ต้องแสวงหาเอง ลูกจะเรียนรู้การทำงานหนัก ความขยัน และ ความรับผิดชอบ

ขอขอบคุณ ขจรศักดิ์

Load More Related Articles
Load More By admin2
Load More In ชีวิต

Check Also

วิธีเปลี่ยนตัวเองให้ “ใช้เงินเป็น” ไม่ขัดสน มีเงินให้เก็บ

เรื่องเงินเป็นสิ่งสำคัญ ในการใช้ชีวิตเพราะทุกอย่างมีราคาของมัน แต่หลายคนก็ มีปัญหาเรื่องนี…