Home ความรู้ ถ้าเจ๋งพอ ในที่ทำงานคุณจะไม่มีวันแก่ เพราะอายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข

ถ้าเจ๋งพอ ในที่ทำงานคุณจะไม่มีวันแก่ เพราะอายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข

0
11

ถ้าคุณกำลังรู้สึกว่าอยากจะโยนผ้าขาวเพราะทนแรงกดดันในที่ทำงานไม่ไหว เนื่องจากคุณอายุเพิ่มขึ้นมากแล้ว ต้อง อ่ า น
บ ท ค ว า ม ต่อจากนี้ เพื่อที่ คุณจะได้ชะลอ

การเกษียณอายุ ของตนเอง และต่อสู้กับความกดดันในที่ทำงานต่อไปในชีวิตการทำงานนั้นหลายคนฝันว่าจะได้เกษียณอายุก่อนกำหนดหรือ Early Retire และบ่อยครั้ง

เราจะเห็นบทความที่ พูดถึงการทำงานให้น้อยลง และการสร้างชีวิตวัยเกษียณที่มั่นคง แต่ในโลกของความเป็นจริงไม่น่าจะใช่เช่นนั้น เพราะหลายคนยังคงต้องทำงาน

แม้ว่าจะอยู่ในวัยที่ถูกเรียกว่าวัยเกษียณแล้ว ช่วงอายุ 55 ปี (สำหรับภาคเอกชน)ซึ่งเอาเข้าจริงวัย 55 ปีหากไม่มี
โ ร ค ป ร ะ จำตั ว และ รั ก ษ า ร่ า ง ก า ย ให้แข็งแรง

ก็ยังคงทำงานได้ดีเช่นกัน ขณะที่คนในวัย 45+ ในปัจจุบันมองว่าตนเองน่าจะเกษียณในวัยประมาณ 65 ปี แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้คิดถึงการเกษียณ และยังคงทำงานต่อไปเรื่อย ๆ

แล้ววัยเกษียณมีอยู่จริงไหม ถ้าใจยังคงมีไฟวันนี้ Tonkit360 มีคำตอบมาฝากกัน

อายุเป็นเพียงตัวเลข ประสบการณ์และ ร่ า ง ก  า ย ที่ แ ข็ ง แ ร ง สำคัญกว่า

ในโลกปัจจุบันของการทำงานนั้น คนที่อยู่ในวัย 45+ หรือ 50+ ยังคงทำงานและทำหน้าที่ ในฐานะผู้บริหารระดับกลางและระดับสูง บางคนเป็นผู้ประกอบการ เป็นเจ้าของกิจการ

ดังนั้น การทำงานในปัจจุบันอายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขเท่านั้น หรือเป็นเรื่องที่บริษัทตัวแทนในการหางานเป็นผู้ กำหนดขึ้นมา และทำให้คนทั่วไปรู้สึกว่าคนที่อายุ เยอะแล้ว

มีประสบการณ์ทำงานมามาก จะเรียกเงินเดือนแพงซึ่งสถานการณ์ของผู้ว่าจ้างในปั จจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะมีหลายบริษัทที่เกิดใหม่ หรือปรับปรุงองค์กรแล้ว

ต้องการจ้างพนักงานที่มีประสบการณ์ ในการทำงาน เพื่อที่จะได้ใช้ประสบการณ์เหล่านั้นมาพัฒนาบริษัท และทำให้การหาผู้บริหารระดับกลาง ในปัจจุบันพุ่งเป้าไปที่

คนอายุ 45+ เพราะคนเหล่านี้มีประสบการณ์ การทำงานที่สามารถนำมาใช้ ในการพัฒนาทีมงานได้เลยเหนืออื่นใดคนที่มีอายุ 45+ นั้นรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดี

เมื่อทำงานไปแล้วจะมองไปที่ ผลงานและไม่ถอดใจลาออกง่าย ๆ ไม่ค่อยลางานเพราะรู้สึกถึ งความรับผิดชอบ เหนืออื่นใดเป็นเจเนอเรชันที่ ไม่ปฏิเสธเทคโนโลยี

อย่าคิดว่าอายุมากแล้วและทำงานรอวันเกษียณ

เมื่ออายุ 45+ หรือ 50+ กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน เพราะบริษัทหลายแห่งต้องการประสบการณ์ การทำงานจากคนในวัยเหล่านี้ เหนืออื่นใดคุณสมบัติที่คนวัยนี้มี

คือความรับผิดชอบ และทำงานได้ลุล่วงตามเป้าหมาย เมื่อเป็นเช่นนั้นการอัปเดตประวัติการทำงานหรือเรซูเม่ของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคนที่อยู่ในวัยนี้

และต้องการเปลี่ยนงานบางคนอาจไม่ได้อัปเดตเรซูเม่มาหลายสิบปี ดังนั้น การปรับปรุงรายละเอียด ในทุกปีจึงเป็นเรื่องสำคัญ การทำให้ประวัติการทำงานของคุณ

อัปเดตอยู่เสมอนั้น จะทำให้เฮดฮันเตอร์หรือบริษัทที่กำลังมองหาพนักงานได้ เห็นว่าคุณนั้นไม่เคยตกยุค และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่ เสมอ เหนืออื่นใดการเรียนรู้ที่จะใช้

เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อนำมาช่วยในการทำงานก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันหรือใช้เครื่องมืออย่าง LinkedIn เพื่อทำให้คุณได้มีคอนเนคชันที่กว้างขึ้นกว่าเดิมและท้ายที่สุด

หากการหางานของคุณในสายงานเดิ มเริ่มตัน ลองพิจารณาความเป็นไปได้ ในสายงานที่ใกล้เคียงกันและความสามารถของคุณไปถึง เพราะนั่นอาจหมายถึงการเริ่มต้นใหม่

ที่ทำให้คุณได้โอกาสมากกว่าเก่า

ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่าโลกปัจจุบันไม่ได้ให้ความสำคัญกับอายุ มากนักในการทำงาน ขอให้คุณมีประสบการณ์ มากพอและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทั้งหมดนี้จะทำให้คุณ

ยังคงอยู่ ในแวดวงการทำงานได้แบบไม่ตกยุค ช่วยยืดระยะเวลาเกษียณอายุของคุ ณออกไปอีก และทำให้คุณรู้สึกถึงคุณค่าตนเองเพราะได้ทำงานอย่างที่ต้องการ

ขอขอบคุณ sanook

Load More Related Articles
Load More By admin2
Load More In ความรู้

Check Also

วิธีเปลี่ยนตัวเองให้ “ใช้เงินเป็น” ไม่ขัดสน มีเงินให้เก็บ

เรื่องเงินเป็นสิ่งสำคัญ ในการใช้ชีวิตเพราะทุกอย่างมีราคาของมัน แต่หลายคนก็ มีปัญหาเรื่องนี…