Home ชีวิต (เจียดเวลาสักนิด) เพื่ออ่าน 5 เรื่องสั้น ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ

(เจียดเวลาสักนิด) เพื่ออ่าน 5 เรื่องสั้น ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ

0
24

ก า ร อ่ า น ในปัจจุบันนี้ เราอาจได้รับรู้สิ่งดีๆ จากเรื่องในอินเตอร์เน็ต หลายเรื่องเหล่านั้นมิเพียงโอบกอดจิตวิญญาณของเรา แต่ยังจุดประกายความคิดดีๆ และ

แม้แต่เปลี่ยนเราไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม เราขอใช้โอกาสนี้นำเรื่องราวจากต่างวัฒนธรรมมาเล่าต่อ เพื่อส่งต่อความรู้สึกดีๆ และรอยยิ้มในช่วงเวลาเริ่มต้นของปี

เรื่องที่ 1. ทุกชีวิตมีเรื่องราวของตน

ชายหนุ่มวัย 24 ปี คนหนึ่ง มองออกไปนอกหน้าต่างรถไฟแล้วตะโกนออกมาว่า “พ่อครับ ดูสิ ต้นไม้วิ่งอยู่ข้างหลังเรา” พ่อยิ้ม และคู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่งซึ่งนั่งใกล้ๆมองดูพฤติกรรม

แบบเด็กไม่ยอมโตของชายหนุ่มวัย 24 ปี คนนี้ด้วยความเวทนาแล้วตอนนั้นเอง ชายหนุ่มก็ร้องด้วยความประหลาดใจออกมาอีกครั้ง “พ่อ ดูเมฆพวกนั้นสิมันกำลังวิ่งมากับเราด้วย”

คู่รักหนุ่มสาวนั้นไม่อาจอยู่เฉยได้ และได้พูดกับชายชราว่า “คุณน่าจะพาลูกชายไปรักษากับ ห ม อ เ ก่ ง ๆ น ะ” ชายชรายิ้มและตอบออกไป “ผมพาเขาไป พ บ ห ม อ แ ล้ ว

พวกเราเพิ่งจะกลับจาก โ ร ง พ ย า บ า ล ลูกชายผม ต า บ อ ด ตั้ ง แ ต่ กำ เ นิ ด เขาเพิ่งจะได้ดวงตาคู่ใหม่วันนี้เอง” ทุกๆ คน บนโลกใบนี้ล้วนมีเรื่องราวของตัวเองอย่าตัดสินผู้คน

ก่อนที่คุณจะรู้จักพวกเขาจริงๆ เพราะความจริงอาจจะทำให้คุณประหลาดใจก็เป็นได้ หลังจากได้ อ่ า น เรื่องนี้แล้วคุณรู้สึกอย่างไรบ้าง? หวังว่าเรื่องสั้นนี้จะสามารถ

สร้างแรงบันดาลใจให้กับ คุ ณ นั ก อ่ า น ได้บ้างนะคะ

เรื่องที่ 2. เชือกมัดช้าง

ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินผ่านไปเห็นช้างหลายเชือก เขาหยุดด้วยความพิศวง งงใจว่าเหตุใดสัตว์โลกขนาดมหึมาจึงถูกพันธนาการไว้ได้ด้วยเชือกเส้นไม่ใหญ่โต ที่ร้อยรัดอยู่บริเวณ

เท้าหน้าของพวกมัน ไม่ใช่โซ่ ไม่มีกรงขัง เห็นได้ชัดว่าช้างเหล่านั้นสามารถหนีออกไปจากพันธนาการได้ แต่มันกลับไม่ทำตอนนั้นคนฝึกช้างเดินผ่านมาพอดี เขาจึงถามว่า

เหตุใดช้างพวกนี้จึงยังยืนอยู่ตรงนั้นไม่ พ ย า ย า ม หนี คนฝึกช้างตอบเขาว่า ตอนยังเป็นลูกช้างตัวเล็กๆ เราก็ใช้เชือกเส้นเท่านี้แหละ ด้วยขนาดตัวเชือกเท่านี้ก็เพียงพอ

จะล่ามลูกช้างไว้ได้ และเมื่อพวกมันโตขึ้นมันก็ยังคิดและเชื่อว่าหนีไม่ได้เหมือนตอนเด็กๆ พวกมันเชื่อว่าเชือกจะยังดึงรั้งไว้ จึงไม่เคย พ ย า ย า ม จะเป็นอิสระชายหนุ่มได้ฟัง

ก็รู้สึกประหลาดใจ เพราะช้างสามารถหนีจากพันธนาการได้ แต่เพียงเพราะพวกมันเชื่อว่าหนีไม่ได้ พวกมันจึงติดอยู่ในเชือกอย่างนั้นเช่นเดียวกับช้าง พวกเรามนุษย์ทั้งหลาย

มีจำนวนมากเพียงใดที่ดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อที่ว่าเราทำ (บางสิ่ง) ไม่ได้เพียงเพราะเราเคยล้มเหลวมาก่อนจงเรียนรู้ว่า ความผิดพลาดคือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

เราไม่ควรยอมแพ้ต่ออุปสรรคในชีวิตขอให้เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับทุกคนที่มีความ พ ย า ย า ม นะคะ

เรื่องที่ 3. มันฝรั่ง ไข่และเมล็ดกาแฟ // ปรัชญาจากงานของเชฟ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพ่อกับลูกสาว เธอมาบ่นกับพ่อถึงความทุกข์ทั้งหลายของเธอว่าเธอไม่รู้ว่าเธอทำอะไรไม่ดีจึงมีแต่เรื่องราว เธอเหนื่อยหน่ายและชีวิตติดขัดอยู่ตลอด

เหมือนกับพอแก้ปัญหาเรื่องหนึ่งได้ อีกเรื่องก็เกิดขึ้นในเวลาอันใกล้พ่อของเธอซึ่งเป็นเชฟพาเธอเข้าไปในครัว เขาเอาหม้อ 3 ใบใส่น้ำแล้วเปิดไฟแรงตั้งไว้ เมื่อน้ำเดือด

พ่อก็เอามันฝรั่งใส่ในหม้อใบหนึ่ง และใส่ไข่ลงไปในหม้ออีกใบ แล้วจึงเอาเมล็ดกาแฟใส่ในใบที่ 3 พ่อรอให้ น้ำ เ ดื อ ด โดยไม่ได้พูดอะไรกับลูกสาวซึ่งทำงอแงไม่อยากรอ

สงสัยว่าพ่อจะทำอะไรกันแน่ 20 นาทีผ่านไปพ่อก็ปิดไฟ เอามันฝรั่งออกใส่ถ้วย แล้วก็ตักไข่ออกมาใส่ถ้วยพ่อตักกาแฟออกมาใส่ถ้วยๆ หนึ่งแล้วหันมาถามลูกสาว

“ลูกเอ้ย หนูมองเห็นอะไร” “ก็มันฝรั่ง ไข่แล้วก็กาแฟไงคะ” “ดูให้ดีๆ และลองจับมันฝรั่งดูสิ” ลูกสาวก็ทำตามและรู้ว่ามันนิ่มลง พ่อจึงบอกให้เธอเอาไข่ออกมาตอก

เมื่อเปลือกกะเทาะเธอเห็นไข่สุก พ่อจึงบอกให้เธอลองจิบกาแฟ กลิ่นหอมๆ ของมันสร้างรอยยิ้มให้เธอได้ “พ่อคะ หมายความว่าไง” พ่ออธิบายว่า มันฝรั่ง ไข่และเมล็ดกาแฟ

ต่างก็เจอกับน้ำต้มร้อนๆ ดูสิ ดูว่าพวกมันออกมาเป็นยังไง มันฝรั่งที่เคยแข็งพอเจอกับน้ำเดือดมันก็อ่อนนิ่ม ไข่ที่แตกง่ายด้วยเปลือกที่บางห่อหุ้มของเหลวภายใน

พอเจอน้ำเดือด เ นื้ อ ด้ า น ใ น ก็กลับแข็งขึ้น เมล็ดกาแฟมีความแตกต่าง เพราะหลังจากเจอน้ำร้อนเดือดๆ มันเปลี่ยนน้ำให้เป็นสิ่งใหม่ “ลูกล่ะ เป็นแบบไหน” พ่อถามลูก

“เมื่อความยากลำบากมาเคาะประตู ลูกทำอย่างไร ลูกเป็นมันฝรั่ง หรือ ไข่ หรือเมล็ดกาแฟ” เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เรื่องต่างๆ ที่เกิดในชีวิตเรานั้นหาได้เพียงเกิดขึ้นกับเราเท่านั้น

แต่ที่สำคัญจริงๆ นั้นก็คือมันได้เกิดและมีผลต่อสิ่งที่อยู่ในตัวเราด้วย

เรื่องที่ 4. สลัดปัญหาของคุณทิ้งไป

ลาตัวโปรดของชายคนหนึ่งตกลงไปในหน้าผาลึก เขาไม่สามารถดึงมันขึ้นมาได้ไม่ว่าเขาจะ พ ย า ย า ม มากแค่ไหน เขาจึงติดสินใจฝังมันทั้งเป็นชายหนุ่มตักดินเทลงไป

บนหลังเจ้าลา ดินถูกเทไปที่ลาจากข้างบน มันรู้สึกหนักจึงสลัดออกและเหยียบขึ้นไปบนดินที่สลัดออกนั้น ดินถูกเทมากขึ้นเรื่อยๆ มันก็สลัดออกและเหยียบขึ้นไปอีก

ยิ่งมี ดิ น ถูกเทมากขึ้นเท่าไร ตัวมันก็ยิ่งสูงขึ้น เมื่อถึงเที่ยงวันเจ้าลาก็ได้กินหญ้าในทุ่งหญ้าสีเขียว เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า หลังจากการสลัดปัญหาต่างๆมากมายออกไป และ

ยืนอยู่เหนือมันขึ้นไป (เรียนรู้จากมัน) เราก็จะได้กินหญ้าเขียวสดเอ้ย เราจะพบกับความสำเร็จ

เรื่องที่ 5. ไอศกรีม

ในสมัยที่ไอศกรีมซันเดยังมีราคาไม่แพงเหมือนตอนนี้ เด็กชายวัย 10 ขวบเข้าไปนั่งที่ค็อฟฟีช็อปของโรงแรมแห่งหนึ่ง พนักงานเสิร์ฟยกน้ำมาให้เขาแก้วหนึ่ง

“ไอติมซันเด 1 ที่ราคาเท่าไรครับ” “50 เซ็นต์” เธอตอบ เด็กชายดึงเหรียญออกจากกระเป๋ามานับ “แล้วไอติมธรรมดาถ้วยละเท่าไรครับ” เขาถาม ตอนนั้นมีลูกค้ายืนรอโต๊ะ

และสาวเสิร์ฟก็ไม่อยากให้เวิ่นเว้อ ยึ ด ย า ว “35 เซ็นต์” เธอตอบห้วนๆ เด็กน้อยนับเหรียญอีกครั้ง “ผมเอาไอติมธรรมดาครับ” สาวเสิร์ฟเอาไอศกรีมมาเสิร์ฟ วางบิลลงบนโต๊ะ

แล้วเดินไป เด็กชายทานไอศกรีมจนหมด เขาจ่ายเงินและออกจากร้านไป ตอนนั้น สาวเสิร์ฟกลับมาเก็บโต๊ะถึงกับชะงักงันไปต่อสิ่งที่เธอเห็น บนโต๊ะ มีเงิน 15 เซ็นต์

ถูกวางไว้อย่างเรียบร้อยข้างๆ ถ้วยไอศกรีมเปล่า

ขอขอบคุณ meokayna

Load More Related Articles
Load More By admin2
Load More In ชีวิต

Check Also

วิธีเปลี่ยนตัวเองให้ “ใช้เงินเป็น” ไม่ขัดสน มีเงินให้เก็บ

เรื่องเงินเป็นสิ่งสำคัญ ในการใช้ชีวิตเพราะทุกอย่างมีราคาของมัน แต่หลายคนก็ มีปัญหาเรื่องนี…