Home ความรู้ 9 เทคนิค การนำความฉลาดทางอารมณ์ มาปรับใช้ในที่ทำงาน

9 เทคนิค การนำความฉลาดทางอารมณ์ มาปรับใช้ในที่ทำงาน

0
20

1. มั่นคงทางอารมณ์

แม้ว่าความฉลาดทางอารมณ์จะเป็นชุดของทักษะ ทัศนคติ และพฤติกรรม แต่ก็เป็นตัวแปรได้เช่นกัน เพราะอารมณ์คนเราขึ้น ๆ ลง ๆ ได้ตลอดเวลา เวลาที่เราเหนื่อยหรือหงุดหงิด

เราอาจสูญเสียความสามารถในการควบคุมอารมณ์ ที่ แ ย่ กว่านั้นคืออาจเกิด ก ร ะ ตุ้ นขึ้นโดยง่าย แล้วอาจแสดงพฤติกรรมที่ก้าวร้าวออกมาในเมื่อความฉลาดทางอารมณ์

เป็นความสามารถที่ใช้สำหรับจัดการชีวิตของเรา รวมถึงสร้างความสามารถได้ จึงต้องเริ่มจากการพัฒนาความสามารถในการควบคุมอารมณ์ มีสติ ทำจิตใจให้สงบ

ให้ตัวเองได้ผ่อนคลายจาก ค ว า ม เ ค รี ย ด ความวิตกกังวลต่าง ๆ หยุดพักเมื่อต้องการ ใช้วันหยุดพักร้อนบ้าง และถ้าเป็นวันหยุดก็
พ ย า ย า ม อย่ายุ่งกับงาน

2. ฝึกการเอาใจใส่ผู้อื่น

ง่ายที่สุดของการฝึกเอาใจใส่ผู้อื่น คือ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา หรือ พ ย า ย า ม มองตัวเองให้เป็นเขา นี่เป็นทักษะการเป็นผู้นำที่สำคัญที่สุด การเห็นอกเห็นใจเป็นรากฐาน

ในการสร้างและกระชับความสัมพันธ์ ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถสร้างทีมที่ดี มีส่วนร่วมต่อกัน และมีประสิทธิภาพในการมากขึ้น อีกทั้งการฝึกเอาใจใส่ผู้อื่นยังช่วยเพิ่มพูนความสุข

ฝึกการแสดงออกของตนเอง และส่งเสริมความร่วมมือต่อกัน สามารถฝึกได้ด้วยการ

3. อ่อนไหวทางอารมณ์บ้าง

ความเปราะบางหรือความอ่อนไหวทางอารมณ์ “เป็นความเต็มใจที่จะรับรู้อารมณ์ของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความ
รู้ สึ ก เ จ็ บ ป ว ด” เมื่อพูดถึงความเปราะบาง

มักจะหมายถึงความอ่อนไหวทางอารมณ์ โดยเฉพาะอารมณ์ที่ยากลำบาก เช่น วิตกกังวล คับข้องใจ และรู้สึกละอาย แต่อีกส่วนหนึ่ง มันคือการยอมรับอารมณ์เชิงลบเหล่านั้น

และหาวิธีจัดการกับมัน ตัวอย่างเช่น เมื่อรู้สึกท้อแท้กับงาน ก็อาจจะไปเดินเล่นเพื่อ เ ค ลี ย ร์ ส ม อ ง เมื่อ วิ ต ก กั ง ว ล เราอาจจะท่องบทสวดมนต์ หรือถ้ากำลังรู้สึก แ ย่

ก็อาจจะโทรหาเพื่อนที่ทำให้เราหัวเราะได้

4. เน้น สุ ข ภ า พ จิ ต และความเป็นอยู่ที่ดี

ประเด็นสำคัญคือ ต้องเน้นย้ำถึงความสำคัญของ สุ ข ภ า พ จิ ต ในเดือนมกราคม 2021 มีรายงานพบว่าผู้ใหญ่มากกว่า 41 เปอร์เซ็นต์ มีอาการวิตกกังวลหรือ โ ร ค ซึ ม เ ศ ร้ า

ซึ่งหากไม่ได้รับการ เ ยี ย ว ย า อ ย่างทันท่วงที อาจส่งผลต่อกระทบตั้งแต่ สุ ข ภ า พ ร่ า ง ก า ย สุ ข ภ า พ จิ ต ความสัมพันธ์ ไปจนถึงประสิทธิภาพการทำงาน

5. เปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการวิจารณ์และข้อเสนอแนะ

เมื่อพูดถึงการวิพากษ์วิจารณ์หรือคำติชม หลายคนก็รู้สึกสั่นสะท้านด้วยความกลัวแล้ว จริง ๆ แล้วนั่นเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะธรรมชาติของคนเราไม่ชอบให้ใครมาตำหนิติเตียน

หรือได้ยินคนอื่นพูดถึงข้อบกพร่องของตัวเอง แทนที่จะหลีกเลี่ยงสถานการณ์นั้น ให้เผชิญหน้ากับมัน แล้วใช้ข้อเสนอแนะที่ได้รับมาปรับปรุงและพัฒนาตนเอง มันไม่ใช่เรื่องง่าย

แต่ก็เป็นไปได้ โดยการถามตัวเองก่อน หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ให้มองความคิดเห็นเชิงลบเป็นโอกาสในการเรียนรู้และเติบโต ซึ่งต้องไม่ใช่การโจมตีส่วนบุคคล แต่วิจารณ์ถึงทักษะ

ความสามารถหรือข้อผิดพลาด เพื่อที่จะได้รู้ว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน แล้วต้องเริ่มแก้จากไหน ยิ่งไปกว่านั้น คำติชมสามารถยังเปลี่ยนพฤติกรรมหรือนิสัยที่ไม่ดีของเราได้ด้วย

สำหรับผู้ที่เป็นผู้นำ มันก็ช่วยให้สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานได้ และยังสามารถสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าและพนักงานได้อีกด้วย

6. สร้างความผูกพันทางสังคม

หากคนในทีมเดียวกันรู้สึกไม่สนิทใจต่อกัน ก็ยากที่จะทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น เพราะฉะนั้น การสร้างความผูกพันระหว่างคนในทีมจึงเป็นสิ่งจำเป็น ยิ่งช่วงที่ผ่านมา

การ Work from Home ทำให้ทุกคนในทีมต้อง แ ย ก ย้ า ย กันไปทำงานบ้านใครบ้านมัน ขาดปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ที่ปกติจะต้องมีได้เจอหน้าพูดคุยกันทุกวันเวลาเข้าออฟฟิศ

เพื่อแก้ปัญหานี้ ในทีมอาจจะต้องหาเวลาและกิจกรรมทำร่วมกันบ้าง ไม่จำเป็นต้องไปเจอหน้ากันจริง ๆ เพราะเราสามารถทำกิจกรรมร่วมกันในระยะไกลได้ เช่น การกินกลางวันเสมือนจริง

การแข่งขันเกม ท้าแข่งกันลดน้ำหนัก รวมถึงกิจกรรมอาสาสมัครหรือการ บ ริ จ า ค เพื่อการกุศล การได้ทำกิจกรรมร่วมกัน จะทำให้คนในทีมรู้สึกว่าตนมีส่วนร่วมกับทีม มีความสำคัญกับทีม

จึงเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้

7. ก า ร แ บ่ ง ปั น คือความห่วงใย

เพราะความฉลาดทางอารมณ์มีความสำคัญต่อการทำงาน ทั้งกับตัวเองและการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่ง บ ร ร ย า ก า ศ ในการทำงานคงจะดีแน่ ๆ ถ้าทุกคนในทีม

ต่างมีความฉลาดทางอารมณ์ในการเข้าหากัน ดังนั้น หากมีบทความ หนังสือ Podcast หรือ Ted Talks ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ อย่าลื

มแนะนำแหล่งการเรียนรู้ดี ๆ นี้ให้กับเพื่อนร่วมงาน (หรือกับผู้อื่น) เพื่อให้เขาจะได้นำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ของตนเองได้

สำหรับคนที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้างาน อาจลองจัดการสัมมนาในลักษณะนี้ขึ้นมาเพื่อพนักงานก็ได้ เพราะความฉลาดทางอารมณ์จะสังเกตเห็นได้ชัดเมื่อทำงานร่วมกับผู้อื่น

การสัมมนาอาจมีการสร้างสถานการณ์จำลอง หรือไม่ก็มีแบบทดสอบความฉลาดทางอารมณ์ให้ลองทำ เพื่อที่จะได้รู้ว่าตนเองอยู่ระดับไหน แล้วต้องพัฒนาอะไรบ้าง

ขอขอบคุณข้อมูล :Entrepreneur

Load More Related Articles
Load More By admin2
Load More In ความรู้

Check Also

วิธีเปลี่ยนตัวเองให้ “ใช้เงินเป็น” ไม่ขัดสน มีเงินให้เก็บ

เรื่องเงินเป็นสิ่งสำคัญ ในการใช้ชีวิตเพราะทุกอย่างมีราคาของมัน แต่หลายคนก็ มีปัญหาเรื่องนี…